“ชาวมะกัน” ประท้วงกว่า 1,200 จุด ต่อต้านนโยบาย “ทรัมป์-มัสก์” หวั่นกระทบเศรษฐกิจ

สหรัฐฯ ระอุ! ประชาชนชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศและยุโรป ต่อต้านทรัมป์–มัสก์ หลังเดินหน้านโยบายอนุรักษ์นิยมเต็มสูบ กระทบแรงงานกว่า 2 แสนราย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทางการเมืองในสหรัฐอเมริกาปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อประชาชนจำนวนมากกว่า 1,200 จุดทั่วประเทศออกมาชุมนุมภายใต้สโลแกน “Hands Off!” เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อแสดงพลังต่อต้านนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลชุดปัจจุบัน นับตั้งแต่เริ่มดำเนินนโยบายแนวอนุรักษ์นิยมอย่างเข้มข้น

โดยการชุมนุมดังกล่าวขยายวงกว้างไปถึงประชาชนชาวอเมริกันที่พำนักในยุโรป โดยมีการจัดกิจกรรมประท้วงในเมืองสำคัญอย่างเบอร์ลิน แฟรงก์เฟิร์ต ปารีส และลอนดอน ท่ามกลางการถือป้ายข้อความ เช่น “ต่อต้านทรราช” “ยึดหลักกฎหมาย” และ “ปกป้องประชาธิปไตย” สะท้อนความไม่พอใจต่อทิศทางการบริหารประเทศในปัจจุบัน

กระแสการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญของฝ่ายต่อต้านทรัมป์ในการส่งสารถึงรัฐบาล ส.ส. พรรครีพับลิกัน และผู้สนับสนุนแนวคิด “Make America Great Again” (MAGA) โดยเฉพาะต่อบทบาทของอีลอน มัสก์ ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้นำในการปรับโครงสร้างและลดขนาดของรัฐบาล ส่งผลให้แรงงานภาครัฐมากกว่า 200,000 คนต้องตกงาน ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจและความไม่มั่นคงในตลาดแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าการประท้วงอย่างต่อเนื่องอาจเพิ่มแรงกดดันต่อทำเนียบขาว และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดทุนและตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ

Back to top button