
“Binance” เดินหน้าเรียกความเชื่อมั่น จัดหาสินทรัพย์ชดเชยแล้ว 90% เตรียมเปิดถอนเงินวันนี้
Binance เร่งฟื้นความเชื่อมั่น หลังถูกแฮ็กสูญสินทรัพย์ 6.3 พันล้านดอลลาร์ เผยจัดหาสินทรัพย์ชดเชยแล้ว 90% พร้อมกันเงิน 6.34 พันล้านดอลลาร์รับภาระความเสียหายทั้งหมด จ่อเปิดถอนเงิน 1 พ.ย.นี้ ขณะที่ FBI ชี้กลุ่ม TraderTraitor ของเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (1 พ.ย.69) บริษัท ไบแนนซ์ (Binance) แพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ว่า บริษัทสามารถจัดหาสินทรัพย์มาทดแทนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมจากเหตุโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ได้แล้วประมาณ 90% หลังเกิดเหตุแฮ็กแพลตฟอร์มจนสูญเสียสินทรัพย์มูลค่าราว 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.12 แสนล้านบาท โดยบริษัทเร่งดำเนินมาตรการชดเชยความเสียหายและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ
ทั้งนี้ Binance ระบุผ่านแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X ว่า บริษัทได้จัดหาสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อทดแทนส่วนที่ถูกขโมยไปแล้ว 90% เพิ่มขึ้นจากระดับ 80% ที่รายงานก่อนหน้านี้ โดยส่วนที่เหลืออีกประมาณ 10% เป็นโทเคนที่มีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้การจัดซื้อสินทรัพย์ในปริมาณที่ต้องการอาจใช้เวลามากกว่าโทเคนประเภทอื่น
บริษัทจึงอยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อจัดซื้อสินทรัพย์ส่วนที่เหลือผ่านตลาดซื้อขายทั่วไปและช่องทางซื้อขายนอกตลาด (Over-the-Counter: OTC) โดยตั้งเป้าจัดหาสินทรัพย์ทดแทนให้ครบ 100%
ด้านนายริชาร์ด เต็ง (Richard Teng) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ Binance เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมว่า บริษัทสามารถจัดหาสินทรัพย์มาทดแทนส่วนที่ถูกโจรกรรมได้แล้ว 90% และยังคงมุ่งมั่นดำเนินการให้ครบอีก 10% ที่เหลือ พร้อมยืนยันว่าผู้ใช้บริการจะไม่ต้องรับภาระความเสียหายทางการเงินจากเหตุการณ์ดังกล่าว
สำหรับเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้ ส่งผลให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญแรงกดดัน โดยราคาคริปโทเคอร์เรนซีหลายสกุลปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ขณะที่ Binance เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ หลังแพลตฟอร์มถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ามากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation: FBI) เปิดเผยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ TraderTraitor เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตี Binance ซึ่งเกิดขึ้นราววันที่ 29 ตุลาคม 2569 และส่งผลให้สินทรัพย์ดิจิทัลถูกโจรกรรมไปมากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์
FBI ระบุว่า จากการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างแปลงสินทรัพย์ที่โจรกรรมมาเป็นสกุลเงินดิจิทัลอีเธอเรียม (Ethereum: ETH) และคาดว่าจะมีความพยายามฟอกเงินเพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์มการเงินแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Finance: DeFi) รวมถึงบริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบต่าง ๆ
ด้านนายเต็งเปิดเผยเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมว่า เหตุโจมตีดังกล่าวมีความซับซ้อนสูง โดยเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปที่ถูกเจาะระบบ และซอฟต์แวร์อันตรายที่ถูกออกแบบให้ลบร่องรอยการทำงานของตัวเอง ส่งผลให้กระบวนการติดตามและสอบสวนผู้กระทำผิดมีความยากลำบากมากขึ้น
ภายหลังเกิดเหตุ Binance ได้ระงับการถอนสินทรัพย์ของลูกค้าเป็นการชั่วคราว ก่อนประกาศเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมว่า บริษัทยังคงดำเนินการตามแผนเพื่อกลับมาเปิดให้บริการถอนสินทรัพย์อีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดยจะประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อมีความชัดเจน
นอกจากนี้ Binance ระบุว่า บริษัทได้จัดสรรเงินทุนประมาณ 6.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยแหล่งเงินทุนที่นำมาใช้จัดหาสินทรัพย์ทดแทนประกอบด้วยเงินบางส่วนจากกองทุน Secure Asset Fund for Users (SAFU) ซึ่งเป็นกองทุนสำรองเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการในกรณีเกิดเหตุด้านความปลอดภัย เงินบางส่วนจากกองทุนประกันภัยสำหรับการซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (Futures Insurance Fund) และเงินทุนสำรองของบริษัทเอง
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า ได้ดำเนินการจัดทำข้อมูลภาพรวมสินทรัพย์สำรองของแพลตฟอร์มขึ้นใหม่ โดยใช้ข้อมูล ณ เวลา 00.00 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT) ของวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ภายใต้กระบวนการพิสูจน์สินทรัพย์สำรอง (Proof of Reserves: PoR) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการ
สำหรับผู้ใช้บริการที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล 10 รายการ ได้แก่ บิตคอยน์ (BTC), อีเธอเรียม (ETH), เทเธอร์ (USDT), บีเอ็นบี (BNB), โซลานา (SOL), ยูเอสดีซี (USDC), เอ็กซ์อาร์พี (XRP), ยูเอสดี1 (USD1), อาร์แอลยูเอสดี (RLUSD) และซีแคช (ZEC) บริษัทระบุว่าสินทรัพย์ดังกล่าวมีเงินสำรองรองรับครบ 100% แล้ว
ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการจะสามารถตรวจสอบการมีสินทรัพย์สำรองรองรับในอัตราส่วนไม่น้อยกว่า 1 ต่อ 1 ได้ด้วยตนเอง เมื่อบริษัทเผยแพร่หลักฐานการพิสูจน์สินทรัพย์สำรองฉบับสมบูรณ์ ซึ่งคาดว่าจะพร้อมภายในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
อย่างไรก็ตาม Binance ยืนยันว่าจะรับภาระความเสียหายทางการเงินจากการโจรกรรมครั้งนี้ทั้งหมด และเดินหน้าจัดหาสินทรัพย์ส่วนที่เหลือให้ครบถ้วน พร้อมเร่งฟื้นฟูระบบการให้บริการและความเชื่อมั่นของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

