Apple รายได้ Q3 โต 11.7% รับ iPhone-Mac แกร่ง หยวนต้าเตือนต้นทุน Memory ฉุดมาร์จิ้น

Apple โชว์รายได้ไตรมาส 3/69 โต 11.7% แตะ 1.145 แสนล้านดอลลาร์ รับยอดขาย iPhone-Mac แกร่ง หยวนต้าชี้ไตรมาสถัดไปรายได้จ่อโต 7–10% แต่จับตาต้นทุน Memory พุ่ง กดดันอัตรากำไรขั้นต้นเหลือ 45–46% ต่ำกว่าตลาดคาด


บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยบทวิเคราะห์ผลประกอบการของ Apple ประจำไตรมาส 4 ปีบัญชี 2569 ซึ่งตรงกับไตรมาส 3 ปีปฏิทิน 2569 โดยบริษัทมีผลประกอบการดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ทั้งในด้านรายได้และกำไรต่อหุ้น (EPS) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากยอดขายผลิตภัณฑ์ iPhone และ Mac ที่เติบโตแข็งแกร่ง แม้บริษัทยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต

ทั้งนี้ Apple รายงานรายได้รวมอยู่ที่ 114,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  และสูงกว่าประมาณการของตลาด 0.9% ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 2.10 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 5%

สำหรับการเติบโตของรายได้แยกตามผลิตภัณฑ์ พบว่า iPhone มีรายได้เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ขณะที่ Mac เติบโต 24% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน สะท้อนความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้บริษัทเผชิญข้อจำกัดด้านการผลิตบางส่วน

ด้านรายได้จากภูมิภาค Greater China ขยายตัว 21% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน แต่ยังต่ำกว่าประมาณการของตลาด ส่วนธุรกิจบริการ (Services) มีรายได้เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาสถัดไป Apple คาดการณ์ว่ารายได้จะเติบโตในช่วง 7–10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน สูงกว่าประมาณการของตลาดที่คาดว่าจะเติบโต 6.1% สะท้อนความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ iPhone ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของรายได้บริษัท

ขณะเดียวกัน ข้อจำกัดด้านการผลิตชิปขั้นสูงเริ่มมีทิศทางคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังเผชิญความท้าทายด้านการจัดหาหน่วยความจำ (Memory) ทั้งจากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นและปริมาณชิ้นส่วนที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Mac และ iPad

จากสถานการณ์ดังกล่าว Apple จึงจำเป็นต้องเพิ่มภาระผูกพันในการจัดซื้อชิ้นส่วนอีก 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาระดับกำลังการผลิตและรองรับความต้องการสินค้าที่ยังอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม แม้แนวโน้มรายได้ของ Apple ยังคงแข็งแกร่ง แต่ความสามารถในการทำกำไรเริ่มเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทคาดการณ์ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ในไตรมาสถัดไปจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 45–46% ต่ำกว่าประมาณการของตลาดที่ 46.72% โดยมีปัจจัยหลักจากต้นทุน Memory ที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้บริษัทได้ดำเนินการปรับเพิ่มราคาจำหน่ายผลิตภัณฑ์แล้วก็ตาม

นอกจากนี้ ธุรกิจ Services ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของบริษัท ยังมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดย Apple ประเมินว่ารายได้จากธุรกิจดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเพียง 8–9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน เทียบกับประมาณการของตลาดที่คาดว่าจะเติบโต 12.2% เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากปัจจัยด้านการให้สิทธิใช้งาน (Licensing) และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (FX)

ขณะเดียวกัน การขยายขีดความสามารถของ Siri AI ยังส่งผลให้ต้นทุนด้านระบบคลาวด์ (Cloud) เพิ่มสูงขึ้น แม้ Apple เริ่มวางแผนสร้างรายได้เพิ่มเติมจากบริการ AI ในรูปแบบชำระเงิน แต่ยังต้องใช้ระยะเวลาในการพิสูจน์ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนดังกล่าว

ฝ่ายวิจัยประเมินว่า ภาพรวมธุรกิจของ Apple ยังได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้แนวโน้มการเติบโตของรายได้ยังดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามกำลังเปลี่ยนจากความสามารถในการขยายยอดขาย ไปสู่ความสามารถในการรักษาระดับอัตรากำไร ท่ามกลางต้นทุน Memory ที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ แม้ธุรกิจ Services และการพัฒนาเทคโนโลยี AI จะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมในระยะข้างหน้า แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถชดเชยแรงกดดันต่อต้นทุนและอัตรากำไรได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้ทิศทาง Gross Margin กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามควบคู่กับการเติบโตของรายได้ในระยะต่อไป

Back to top button