“พิชัย” เตรียมเจรจาสหรัฐฯ ปรับดุลการค้า ดันนำเข้าสินค้า

“พิชัย ชุณหวชิร” เตรียมปรับยุทธศาสตร์การค้าเพื่อลดดุลการค้ากับสหรัฐฯ โดยเน้นการเพิ่มการนำเข้าสินค้า เช่น ข้าวโพด และทูน่า พร้อมส่งเสริมการแปรรูปและส่งออกใหม่ เพื่อสร้างโอกาสในตลาดโลก


นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้ได้เปิดวอร์รูมเพื่อหารือหลายหน่วยงาน ต้องยอมรับว่าประเทศสหรัฐขาดดุลการค้าทั่วโลก เพราะนำเข้ามากกว่าส่งออก สหรัฐฯไม่สามารถส่งออกมาประเทศคู่ค้าได้ เนื่องจากภาษีที่เก็บสหรัฐฯ ส่งออกแพงไป

ขณะเดียวกันเขาก็มองว่าภาษีนำเข้าในประเทศสหรัฐยังถูกไป จึงปรับกำแพงภาษีของสหรัฐให้เกิดความเหมาะสม เป้าหมายของเขาอเมริกาต้องมาก่อน เพื่อดึงกำลังการผลิตกลับไปที่ประเทศสหรัฐฯ บ้าง ซึ่งไทยได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ จำนวน 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท เราส่งออก 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ได้เปรียบ 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 70% จะทำอย่างไรให้การได้เปรียบน้อยลง มีเปอร์เซ็นต์น้อยลง ต้องเพิ่มภาษีขาเข้าที่สหรัฐ เพื่อให้การส่งออกน้อยลง หรือทำให้ประเทศคู่ค้ารับสินค้าจากสหรัฐฯ ให้มากขึ้น

ซึ่งเราจะถือวิกฤตให้เป็นโอกาสที่สร้างสรรค์ แทนที่เราจะลดการส่งออกไปสหรัฐให้ลดลง เราก็ส่งออกของเราให้เข้มแข็ง และเราก็ควรเป็นคู่ค้าที่ดีในการนำเข้าสินค้าให้มากขึ้นด้วย ในภาคการเกษตรและภาคอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ข้าวโพด ต้องนำเข้าจากสหรัฐให้มากขึ้นเพื่อใช้ในประเทศ ต้องดูว่าต้องแก้ไขกฎเกณฑ์อะไรบ้าง เพื่อนำมาแปรรูปให้มากขึ้นแล้วส่งออกอีกครั้ง สินค้าอีกชนิดคือ ปลาทูน่า ซึ่งไทยเป็นผู้ส่งออกปลาทูน่ารายใหญ่ แต่ส่งออกไม่มาก เพราะไม่มีวัตถุดิบ ก็ต้องมาดูรายละเอียดผู้เลี้ยงปลาทูน่าในประเทศต้องช่วยเหลือเขา และต้องนำเข้ามาเพื่อแปรรูปและส่งออกให้มากขึ้นด้วย” นายพิชัย กล่าว

สำหรับสินค้าแผงโซล่าเซลล์ที่เราส่งออก สหรัฐเขาก็มองว่าไม่ใช่สินค้าแบรนด์ไทยเพราะมีการย้ายฐานการผลิตมา อีกภาคหนึ่งคืออิเล็กทรอนิกส์มี 2 ตัว ตัวที่เป็นพื้นฐานของอิเล็กทรอนิกส์ ฮาร์ดดิสไดรฟ์ ยังแข็งแรง แต่อิเล็กทรอนิกส์มีหลายอย่างเกิดในไทยแต่ไม่ได้จดทะเบียนในไทย จึงพบว่า ยอดการส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ไปดูไส้ในยอดการผลิตไม่เพิ่ม สินค้าบางอย่างไม่ได้ผลิตเต็มที่ในไทย

ดังนั้น การออกใบอนุญาตจะต้องเข้มข้นมากขึ้น สำคัญที่ใบต้นตอสินค้าที่ผลิตในไทย นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจะมีเรื่องที่กีดขวางการส่งออกของไทย สินค้าบางอย่างมีการกำหนดกำแพงภาษีไว้สูง ทั้งที่ไทยไม่ได้นำเข้า  เช่น รถจักรยานยนต์ ควรเปิดทางให้สหรัฐเขาส่งออกรถฮาเล่ย์เข้าไทย ไม่ควรตั้งภาษีเขาสูง และมองว่าธนาคารแห่งประเทศไทยควรกำกับดูแลให้ค่าเงินอ่อนลงบ้างเพื่อสนับสนุนการส่งออก

“เรายินดีปรับสมดุลการค้าไทย-สหรัฐ ทั้งนำเข้าและส่งออกไปพร้อมกัน ทำให้ดุลการค้าไทยได้เปรียบสหรัฐน้อยลง ให้เป็นคู่ค้าที่ดีต่อกัน เช่น ดุลการค้าให้เกินดุลสหรัฐสัก 2-3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐก็ได้ ถ้าเราเข้าใจประเด็นก็จะแก้ปัญหาได้ถูกจุด เพราะสหรัฐเขายังไม่ขึ้นภาษีทันที จะมีประกาศสินค้ารายตัวออกมาอีกครั้งหนึ่ง เวลานี้เราต้องประชุมเตรียมตัวไปเจรจากับเขา เพื่อนำเข้าสินค้าเขาให้มากขึ้น ตอนนี้ทั่วโลกยังมึนอยู่แต่เราเตรียมตัวมานานแล้ว ซึ่งไทยพร้อมจะมีทิศทางเร็วๆ นี้ จะกำหนดการสั่งการว่าแต่ละหน่วยต้องทำอย่างไร เพราะมีทั้งด้านผู้ผลิต ผู้นำเข้า กรมศุลกากร และผู้อำนวยความสะดวกต่างๆ เราต้องรีบเพื่อให้การส่งออกไปสหรัฐที่น้อยลงจากมาตรการของสหรัฐต้องอยู่ในสภาวะสั้นที่สุด เราต้องเร่งนำเข้าเขาให้เร็วที่สุดเพื่อให้เขามองว่าช่องแคบดุลการค้ามันเริ่มได้เปรียบ และถึงจะปรับภาษีส่งออกของเรา” นายพิชัย กล่าว

Back to top button