“ชัชชาติ” ขอโทษไม่สามารถนำผู้ติดค้างออกจากซากตึก สตง. ได้

อัปเดตยอดผู้ติดค้างซากตึก สตง. ถล่มล่าสุด 79 ราย ผู้ว่าฯ “ชัชชาติ” ขอโทษไม่สามารถเข้าถึงจุดที่คาดว่ามีผู้ติดค้างได้ พร้อมยืนยันทีมกู้ภัยทำงานอย่างเต็มที่และไม่ลดละในการค้นหาผู้ประสบภัย


ความคืบหน้าปฏิบัติการกู้ชีพผู้รอดชีวิตภายในซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ย่านจตุจักร ซึ่งพังถล่มเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานข้อมูล ณ วันที่ 4 เม.ย.68 มีจำนวนผู้ติดค้าง 79 ราย เสียชีวิต 15 ราย รอดชีวิต 9 ราย รวมยอดผู้ประสบภัย 103 ราย

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวขอโทษที่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงผู้ที่คาดว่าติดอยู่ ณ จุดเมื่อวานได้ เนื่องจากแม้ขุดลึกไปมากเท่าไหร่ ก็เจอแต่เหล็กและโพรงแคบ ทุกคนเสียใจและเชื่อว่าทุกคนทำดีที่สุโดยตลอดทั้งวันของเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขนเศษซากปูนจากจุดที่พบสัญญาณต้องสงสัยด้วยมือ ออกไปถึง 20 ตัน

ทั้งนี้จากประเมินซากปรับหักพังที่ตึกถล่มทั้งหมดมี น้ำหนักกว่า 40,000 ตัน คาดว่าการรื้อย้ายต้องใช้เวลา 30-60 วัน ซึ่งเหตุผลที่ต้องใช้เวลานาน เพราะการรื้อย้ายครั้งนี้ต้องทำควบคู่กับการค้นหาผู้ติดค้างด้วย

ภาพจาก กรุงเทพมหานคร วันที่ 3 เม.ย.68

โดยการทำงานจากนี้จะใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่มากขึ้น เช่น แบคโฮ และตัวตัดเข้ารื้อถอนชิ้นส่วนโครงสร้าง แต่จะมีทีมกู้ภัยกู้ชีพคอยเตรียมความพร้อมกรณีพบสัญญาณต้องสงสัยเพื่อตรวจสอบ ขณะเดียวกันจะมีทีมตำรวจและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บชิ้นส่วนต้องสงสัยต่าง ๆ เพื่อนำไปตรวจสอบ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวอีกว่า เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ค้นพบโพรงขนาดใหญ่บริเวณจุด C ด้านขวาหลัง เป็นโพรงที่คาดว่าจะเป็นโถงลิฟต์ จึงได้ส่งทีมเข้าไปพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 2 ร่าง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถนำออกมาได้ และคาดว่าจะสามารถนำออกมาได้เพิ่มเติม เพราะอุปสรรคคือ พบโครงสร้างทับบริเวณร่างของผู้เสียชีวิต

“การทำงานของเจ้าหน้าที่ต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง เพราะโครงสร้างที่กีดขวางมีลักษณะที่ไม่เสถียร ยืนยันทุกคนไม่เสียกำลังใจ แม้จะยังไม่สามารถช่วยเหลือผู้ติดค้างได้เพิ่มเติม เพราะทุกคนทำดีที่สุดแล้ว และมีการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มที่ กำลังใจมาจากการที่ทุกคนพยายามอย่างเต็มที่ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนภาคภูมิใจ” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

Back to top button