ดาวโจนส์ดิ่ง 1,679 จุด! วอลล์สตรีทช็อก “เทรดวอร์” ใหม่ “ทรัมป์” สะเทือนโลก

ภาษีตอบโต้ “ทรัมป์” สะเทือนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดาวโจนส์ทรุดหนักกว่า 1,600 จุด หุ้นเทคฯ ดิ่ง นักลงทุนหวั่นเศรษฐกิจสหรัฐฯ เสี่ยงถดถอย


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี (3 เม.ย.68) ปิดลบหนัก หลังเผชิญแรงเทขายหนักสุดในรอบหลายปี จากการประกาศชุดภาษีใหม่ (Reciprocal Tariff) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จุดกระแสความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 40,545.93 จุด ลดลง 1,679.39 จุด (-98%)
  • ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 5,396.52 จุด ลดลง 45 จุด (-4.84%)
  • ดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 16,550.60 จุด ลดลง 1,050.44 จุด (-97%)

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลง นี้สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบของภาษีต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ อย่างเช่น หุ้นแอปเปิล (Apple) ร่วงลงกว่า 9% เนื่องจากบริษัทพึ่งพาการผลิตในประเทศจีนอย่างมาก ทำให้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาษีที่เพิ่มขึ้น

หุ้นของเดลล์ (Dell) และเอชพี (HP) ลดลงประมาณ 17% และ 14% ตามลำดับ เนื่องจากภาษีที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ต้นทุนการผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลสูงขึ้น ส่งผลต่อกำไรของบริษัทหรือทำให้ต้องปรับราคาสินค้าสูงขึ้น

หุ้นของไมโครซอฟท์ (Microsoft) ลดลง 1.5% ขณะที่ อัลฟาเบท (Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิล ลดลง 3.2% เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบต่อการดำเนินงาน ​รวมถึงหุ้นเอ็นวิเดีย (Nvidia) ลดลง 7.8% แม้ซีอีโอ เจนเซน หวง จะเคยแสดงความมั่นใจว่า บริษัทสามารถรับมือกับผลกระทบจากภาษีได้ โดยมีแผนเพิ่มการผลิตชิปภายในประเทศ

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า แรงสั่นสะเทือนจากความกังวลเรื่องภาษีของทรัมป์ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่เพียงแต่หุ้นสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงตลาดการเงินทั่วโลก สินทรัพย์เสี่ยงแทบทุกประเภทถูกเทขาย ทั้งราคาน้ำมันดิบ หุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น

แม้แต่ทองคำ ซึ่งเคยเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนแห่เข้าซื้อก่อนหน้านี้ก็ยังปรับตัวลดลง ขณะที่หุ้นขนาดเล็กในสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบรุนแรง โดยดัชนี Russell 2000 ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหุ้นขนาดเล็ก ลดลง 6.6% ดิ่งลงกว่า 20% จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์

แมรี แอน บาร์เทลส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนจาก Sanctuary Wealth กล่าวว่า นี่คือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับภาษี”

แม้ก่อนหน้านี้ตลาดจะรับรู้ถึงความเป็นไปได้ของมาตรการภาษีดังกล่าว แต่ขอบเขตและความรุนแรงของมาตรการที่ทรัมป์ประกาศ กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนเกินคาด ส่งผลให้ตลาดหุ้นดิ่งลงอย่างหนัก

ตลาดยังคงเผชิญกับความผันผวนสูง ท่ามกลางความกังวลว่ามาตรการภาษีจะกดดันเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ขณะนักลงทุนจับตาปฏิกิริยาของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่อาจต้องปรับนโยบายรับมือสถานการณ์นี้

Back to top button