
IMF เตือนแผนภาษีทรัมป์ เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจโลก เรียกร้องสหรัฐฯ-คู่ค้าเร่งคลี่คลาย
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ระบุ แผนภาษีชุดใหม่ของ “ทรัมป์” เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจโลก พร้อมเรียกร้อง สหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า เร่งคลี่คลายความตึงเครียดอย่างสร้างสรรค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 เม.ย.68) สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า คริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แสดงความกังวลอย่างชัดเจนต่อแผนการเก็บภาษีนำเข้าชุดใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 2 เม.ย.68 ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา
โดย จอร์จีวา กล่าวในแถลงการณ์เมื่อค่ำวันพฤหัสบดี (3 เม.ย.68) ว่า มาตรการดังกล่าวเป็น “ความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก” ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังเติบโตอย่างเชื่องช้า
“สิ่งสำคัญในเวลานี้คือการหลีกเลี่ยงมาตรการที่อาจสร้างความเสียหายเพิ่มเติมต่อเศรษฐกิจโลก เราขอเรียกร้องให้สหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้า และลดความไม่แน่นอนที่กำลังกดดันภาวะเศรษฐกิจ” ผู้อำนวยการ IMF กล่าว
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากตลาดหุ้นทั่วโลกตอบสนองในทางลบต่อข่าวการประกาศภาษีของทรัมป์ โดยดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ ร่วงลงถึง 4.8% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 ช่วงที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 กำลังรุนแรง
แม้โดยทั่วไป IMF จะไม่แสดงความคิดเห็นเชิงวิจารณ์ประเทศสมาชิกนอกเหนือจากรายงานประเมินประจำปี แต่กรณีนี้ถือเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความกังวลระดับสูง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าสหรัฐฯ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ IMF
ทั้งนี้ ในรายงานประเมินเศรษฐกิจสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2567 IMF ได้เตือนว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังดำเนินนโยบายการคลังที่มีการขาดดุลงบประมาณสูงเกินไป และมีระดับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อท่าทีเชิงรุกด้านการค้าภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน
นอกจากนี้ IMF เตรียมเปิดเผยผลการประเมินอย่างเป็นทางการในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ซึ่งจะเผยแพร่ในช่วงการประชุมฤดูใบไม้ผลิของ IMF และธนาคารโลกในปลายเดือนนี้