IVL จัดงาน RECO Collective 2026 Final Show ชู 3 คอลเลกชันจากขวด PET รีไซเคิลสู่ตลาดจริง

IVL จัดงาน RECO Collective 2026 Final Show เปิดตัว 3 คอลเลกชันแฟชั่นจาก CHANA, KH EDITIONS และ APPEAL Summerwear ภายใต้แนวคิด “THE NEXT ORIGINAL” ชูเส้นด้ายรีไซเคิล deja™ จากขวด PET ผนึกพันธมิตรพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ช่องทางจำหน่าย หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน


บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จัดงาน RECO Collective 2026 Final Show ณ NEXTOPIA ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดตัว 3 คอลเลกชันแฟชั่นจากแบรนด์ไทย ได้แก่ CHANA, KH EDITIONS และ APPEAL Summerwear ซึ่งสร้างสรรค์จากผืนผ้าที่ผลิตด้วยเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล deja™ ของบริษัท ภายใต้แนวคิด “THE NEXT ORIGINAL” เพื่อแสดงศักยภาพการนำวัสดุรีไซเคิลมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่มีเอกลักษณ์ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจและสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

สำหรับโครงการ RECO Collective จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 โดยมุ่งส่งเสริมการนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ผ่านการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ โดยทั้ง 3 แบรนด์นำเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลชนิดเดียวกันมาตีความเป็นคอลเลกชันที่แตกต่างกัน ทั้งด้านรูปแบบการออกแบบ คุณสมบัติการใช้งาน และกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย สะท้อนศักยภาพของวัสดุรีไซเคิลในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่ตอบโจทย์ตลาด

ทั้งนี้ เส้นด้าย deja™ ของ IVL ผลิตจากขวดพลาสติก PET ที่ผ่านการใช้งานแล้ว ก่อนนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นเส้นใยและสิ่งทออีกครั้ง ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้ และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการ RECO Collective เปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ ทดลอง และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิล เพื่อต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์และการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าว IVL ได้ผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การผลิตเส้นด้ายรีไซเคิล การพัฒนาผืนผ้า การพิมพ์ลายดิจิทัล ไปจนถึงการนำสินค้าเข้าสู่ช่องทางจำหน่าย โดยบริษัทสนับสนุนเส้นด้าย deja™ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิล

ขณะที่ บูลเลียนเท็กซ์ (Bulliontex) รับหน้าที่พัฒนาเส้นด้ายให้เป็นผืนผ้า พร้อมให้คำแนะนำด้านเทคนิคเกี่ยวกับคุณสมบัติและการเลือกใช้วัสดุ ส่วน เอปสัน (Epson) สนับสนุนเทคโนโลยีการพิมพ์ลายดิจิทัลบนผืนผ้า เพื่อให้นักออกแบบสามารถสร้างสรรค์ลวดลาย สีสัน และเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละแบรนด์ได้อย่างเต็มศักยภาพ

นอกจากนี้ โครงการยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรด้านค้าปลีก ได้แก่ NEXTOPIA และ ECOTOPIA เพื่อเปิดโอกาสให้คอลเลกชันที่พัฒนาขึ้นสามารถเข้าถึงผู้บริโภค และเพิ่มช่องทางการเข้าสู่ตลาดให้แก่แบรนด์แฟชั่นไทยที่เข้าร่วมโครงการ

อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือ RECO Incubation Lab ซึ่งเชื่อมโยงนักออกแบบรุ่นใหม่กับผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาในอุตสาหกรรมแฟชั่น ผ่านกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้และให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความสมดุลระหว่างความคิดสร้างสรรค์ คุณสมบัติการใช้งาน และความต้องการของตลาด พร้อมส่งเสริมให้นักออกแบบนำประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอดธุรกิจแฟชั่นอย่างยั่งยืน

สำหรับ 3 คอลเลกชันที่เปิดตัวในปีนี้ ประกอบด้วย CHANA ภายใต้แนวคิด “THE MIRAGED SYMMETRY” โดย ชนะจิตร หนูเดช ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากภูมิประเทศทะเลทรายในประเทศซาอุดีอาระเบีย ผสมผสานความพลิ้วไหวของเนินทรายเข้ากับรูปทรงเรขาคณิตและความสมมาตรของสถาปัตยกรรมกระจกสะท้อน รวมถึงหอแสดงคอนเสิร์ต Maraya Concert Hall เพื่อสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่สะท้อนความงดงามของธรรมชาติและการออกแบบร่วมสมัย

ส่วน KH EDITIONS ภายใต้แนวคิด “HIGHWAY LEGACY” โดย นภัต ตันสุวรรณ และปาณิสรา มณีรัตน์ นำเสนอแฟชั่นสตรีทแวร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางบนท้องถนนและวัฒนธรรมสตรีทของไทย ภายใต้แนวคิดแบรนด์ “Kick it to the Highway” ถ่ายทอดเป็นเสื้อผ้าโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลที่มีเอกลักษณ์และความร่วมสมัย

ขณะที่ APPEAL Summerwear ภายใต้แนวคิด “BEYOND THE BLUE” โดย ธนวรรณ และกานต์สิรี ฉันทสหวัฒน์ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากบรรยากาศฤดูร้อนผ่านพื้นผิวที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของเกลียวคลื่น ผสมผสานรูปทรงเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายและโทนสีสดใส เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่สามารถใช้งานได้หลากหลายโอกาส ทั้งการพักผ่อนและการใช้ชีวิตประจำวัน

นางอาราธนา โลเฮีย ชาร์มา รองประธานฝ่ายการเงินและธุรกิจเส้นใย บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วสามารถนำกลับมาสร้างคุณค่าและอัตลักษณ์ใหม่ได้ผ่านความคิดสร้างสรรค์ โดยแนวคิด “THE NEXT ORIGINAL” สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบในการเปลี่ยนวัสดุรีไซเคิลให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้

ทั้งนี้ โครงการ RECO Collective มุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวัสดุ การให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และความร่วมมือของพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนให้นักออกแบบสามารถพัฒนาแนวคิดสร้างสรรค์สู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ พร้อมนำประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอดการสร้างแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในระยะยาว

นางอาราธนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยบริษัทมุ่งสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนและสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำวัสดุรีไซเคิลกลับมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบใหม่ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการและนักออกแบบรุ่นใหม่พัฒนาธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนควบคู่กับโอกาสทางเศรษฐกิจ

สำหรับโครงการ RECO เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 ภายใต้ชื่อ RECO Young Designer Competition ก่อนพัฒนาสู่แพลตฟอร์ม RECO Collective โดยตลอดการจัดงาน 12 ครั้งที่ผ่านมา มีนักออกแบบเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,000 คน สะท้อนความต่อเนื่องในการสนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่นและการพัฒนาศักยภาพนักออกแบบรุ่นใหม่ของไทย

ทั้งนี้ IVL มุ่งเดินหน้าพัฒนา RECO Collective ให้เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงนักออกแบบ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ ที่ปรึกษาในอุตสาหกรรม และพันธมิตรด้านการจำหน่ายสินค้า เพื่อส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิลในวงกว้าง พร้อมสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจแฟชั่นไทยและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

Back to top button